mainTab_leftSide


mainTab_leftSide


ใจกลางความเวิ้งว้างของมหาจักรวาล เคออส Chaos เทพแห่งโมฆะ
Void หรือความว่างเปล่า คือผู้ซึ่งดำรงอยู่มาก่อนกาลเวลาจะถูกนับ เมื่อเทพีไกอา Gaia
หรือพระแม่ธรณีได้มาถึง มวลสารอันกระจัดกระจายที่ไร้ระเบียบ ก็ถูกทำให้ก่อตัวขึ้นมาเป็นโลก
ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ที่เรื่องราวทุกๆอย่างได้เริ่มต้นขึ้น

ภายหลังที่โลกได้ถูกสร้าง เทพีไกอา ได้ละทิ้งผลึกธาตุ หรือแฟ็กเตอร์สโตน Factor Stone
ศิลาขนาดมหึมา ขุมพลังที่หลงเหลือจากการสร้างโลก กระจัดกระจายซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ
อันประกอบไปด้วยธาตุทั้งหก ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, แสงสว่าง และ ความมืด
เรื่องราวบนโลกได้ผ่านพ้นช่วงที่เทพีธรณี ไกอา และเทพนภา อูเรนัส Uranus ได้ให้กำเนิด ยักษ์ไททัน
Titan นำโดยไททันโครนัส Cronus หนึ่งในสิบสองไททัน ได้ขึ้นมาปกครองโลก จนเป็นยุคของไททัน
Titan Age ในกาลต่อมา ไททันโครนัสและไททันรีอา Rhea ได้ให้กำเนิดเหล่าเทพ และนำไปสู่ยุคของ
เทพปกครองโลก Diety Age จนกระทั้งยาวมาถึงยุคของมนุษย์ Human Age

ก่อนที่มนุษย์จะถูกสร้างนั้น ภายหลังจากยุคของไททัน เป็นยุคที่เทพปกครองโลก ไททันสิบสองตน
ที่เป็นลูกโดยตรงของไกอาและอูเรนัส ได้หลงเหลือไว้เพียงแค่ชื่อของแคว้นทั้งสิบสอง ได้แก่ โครโนเซีย
Cronosia, รีอา Rhea, โอชีเนีย Oceania, เทธีเซีย Tethysia, ไฮเปอเรีย Hyperia, เธียอา Theia,
คีอูเซีย Coeusia, ฟีเบีย Phoebia, ครีอูเซีย Criusia, เนโมซีเนีย Mnemosynia, ไออาเพตูเซีย
Iapetusia และ เธมีเซีย Themisiaโดยรวมกันทั้งหมดนั้นคือทวีปที่ชื่อไททาเนีย Titania
อันกว้างใหญ่ไพศาล มีภูมิประเทศที่แตกต่างกันสุดขั้วอย่างหลากหลาย เหล่าเทพที่มีศักดานุภาพ
ได้เลือกอาศัยอยู่ภพสวรรค์และนรก และหลงเหลือประชากรที่เป็นเผ่าเทพชนชั้นรองส่วนใหญ่
ให้อาศัยอยู่บนโลก เมื่อโลกสงบสุข เทพซุส Zeus เทพสวรรค์ที่เป็นลูกโดยตรงของไททันโครนัส
และไททันรีอา ได้มีบัญชาให้ไททันสองพี่น้อง โพรมีธีอุส Prometheus และเอพิมีธีอุส
Epimetheus ลูกหลานชั้นรองของไททันทั้งสิบสอง รับพรไปใช้ในการสร้างสรรพชีวิตบนโลก
เอพิมีธีอุส ไททันผู้น้อง ได้ใช้พรทั้งหมดไปกับการสร้างสัตว์และมอนสเตอร์ต่างๆ
ที่มีกายภาพที่คล่องแคล่วและทนทาน มีเขี้ยวเล็บเป็นอาวุธ
และมีทักษะที่ทำให้อาศัยอยู่ใต้น้ำ หรือบินในท้องฟ้าได้



mainTab_leftSide


เมื่อไม่หลงเหลือพรให้ไททันผู้พี่ โพรมีธีอุสจึงขอพรสุดท้ายอันเล็กน้อยจากซุส
เพื่อเพียงพอที่จะสร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ขึ้นมา โดยอาศัยต้นแบบลักษณะร่างกายแบบเดียวกับเทพ
แต่หากปราศจากพลังและอายุที่ยืนยาว ปราศจากผิวหนัง แผงขนหรือเกล็ดที่ทนทาน
ปราศจากเขี้ยวเล็บที่น่าเกรงขาม แต่ในความปราศจาก ด้วยความรักในสิ่งที่ตนสร้างเสมือนลูก
โพรมีธีอุสจึงได้สั่งสอนให้มนุษย์มีสิ่งที่สัตว์ไม่มี นั้นคือ สติปัญญา ความฉลาด การรู้จักใช้ไฟและเครื่องมือ
การเป็นนักประดิษฐ์ รวมทั้งเล่ห์เหลี่ยม เมื่อเทพสวรรค์ซุส ได้มองการไกลว่าเล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์นั้น
จะนำภัยมาสู่โลก ซุสจึงได้บัญชาให้เฮเฟส์ตัส Hephaestus เทพแห่งไฟและการหลอม
สร้างกล่องแพนโดร่า Pandora ขึ้นมา แพนโดร่านั้นคือมิติอันหนึ่ง ที่จะคอยเก็บกักสะสมบาปที่มนุษย์สร้าง
ต่อทุกครั้งที่มนุษย์ผู้กระทำบาปได้ตายลง และรอวันปลดปล่อยอสูรแห่งบาปทั้งเจ็ดออกมา
เพื่อพิพากษาโลกและมนุษย์ในเวลาที่สมควรอีกกาลนานไกล

เมื่อยุคของมนุษย์มาถึง ผลึกธาตุ แฟ็กเตอร์สโตนของไกอา นั้นมีชื่อเรียกต่างๆนาๆ
ผลึกที่ถูกสกัดออกมาใช้ จะถูกเรียกว่าก็อดสโตน God Stone หรือสปิริตสโตน Spirit Stone
เป็นไอเทมที่มนุษย์ได้ค้นพบ และประดิษฐ์พลิกแพลงไปสู่ลูกแก้วเวทย์มนตร์ เสฟียร์ Sphere
และด้วยความร่วมมือจากเผ่าเทพที่เป็นพันธมิตรบางกลุ่ม ช่วยในการติดต่อขอพรกับเทพีไกอา
ในการแปรรูปของหินให้เป็นเสฟียร์ ที่เหมาะสมกับการใช้งานของมนุษย์
แต่ทว่าเผ่าเทพส่วนใหญ่ รู้สึกอึดอัดไม่พอใจที่มนุษย์กำลังได้ขึ้นมาเป็นใหญ่บนโลก
และเป็นที่โดดเด่นในด้านปัญญา ทำให้เกิดการรังควาญมนุษย์จากเผ่าเทพอยู่ตลอด
จนกระทั้งนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง มนุษย์ได้ใช้เสฟียร์ต่อกรกับเผ่าเทพที่เกลียดชังมนุษย์
และขับไล่ออกไปจากทวีปไททาเนียได้สำเร็จ เผ่าเทพที่ถูกขับไล่อยู่นอกดินแดน
ได้พยายามดิ้นรนต่างๆ โดยอาศัยศาสตร์ด้านมืดอันชั่วร้าย วิวัฒนาการไปเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ
จนสามารถรวมตัวกันเป็นอาณาจักรแบล็คมอนด์ Blackmond ณ แคว้นที่สิบสาม
ภายนอกทวีปไททาเนีย อันเป็นปฏิปักษ์กับดินแดนมนุษย์ต่างๆ

หลังจากที่ภัยพิบัติธรรมชาติจบลง ท่ามกลางซากศพผู้คนที่ล้มตาย กลับมีเด็กทารกรอดพ้นขึ้นมา
นามว่าเอไลจาห์ Elijah เขาได้รับอุปการะจากกลุ่มนักบวช และเติบโตขึ้นมา
เป็นนักปราชญ์ที่อัจฉริยะที่สุด เขาท่องเที่ยวไปทั่วทวีปไททาเนียอย่างสันโดษ เพื่อเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆจนแตกฉาน
เอไลจาห์นั้นสัมผัสได้ถึงพลังจากอุกกาบาตมาโดยตลอด ที่ตกลงมาหลังเหตุการณ์ธรรมชาติแปรปรวน



mainTab_leftSide


หลังจากที่ภัยพิบัติธรรมชาติจบลง ท่ามกลางซากศพผู้คนที่ล้มตาย กลับมีเด็กทารกรอดพ้นขึ้นมา
นามว่าเอไลจาห์ Elijah เขาได้รับอุปการะจากกลุ่มนักบวช และเติบโตขึ้นมา
เป็นนักปราชญ์ที่อัจฉริยะที่สุด เขาท่องเที่ยวไปทั่วทวีปไททาเนียอย่างสันโดษ เพื่อเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆจนแตกฉาน
เอไลจาห์นั้นสัมผัสได้ถึงพลังจากอุกกาบาตมาโดยตลอด ที่ตกลงมาหลังเหตุการณ์ธรรมชาติแปรปรวน
ในที่สุดเขาก็เป็นผู้ค้นพบมัน ในที่ๆลึกลับอย่างหามิได้ และพบว่าเป็นแฟ็กเตอร์สโตนที่ไม่ใช่ของบนโลก
เขาสันนิฐานว่าสิ่งนั้นเป็นธาตุลำดับที่เจ็ด นั้นคือโมฆะ ความว่างเปล่า ที่สามารถหักล้างพลังธาตุทั้งหก
เอไลจาห์ได้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

ในสมัยนั้น อเล็กเซียส Alexios และ บาซิเลียส Basilius สองสหายวัยรุ่น รัชทายาทแห่งแคว้นโครโนเซีย
ได้ออกผจญภัยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไปทั่วทวีปไททาเนีย ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ปกครองแคว้นของตน
ทั้งสองไปเผอิญพบกับเอไลจาห์ ขณะพักแรมในป่า พอทั้งคู่รู้ว่าเป็นนักปราชญ์พเนจร
ทั้งคู่ก็ปราถนาที่จะสนทนาปัญหาต่างๆ เพื่อประลองปัญญา จนในที่สุด อเล็กเซียส และบาซิเลียส
ก็ได้เกิดความเลื่อมใส ยกย่องให้เอไลจาห์เป็นอาจารย์ของตน พร้อมกับฝากตัวเป็นศิษย์
ทั้งคู่จะแวะเวียนมาพบเอไลจาห์ปีละหน ตลอดระยะเวลาสิบปี เพื่อเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆที่เขาได้รวบรวม
จนถึงจุดหนึ่ง ทั้งสองก็ได้แยกทางไปตามความมุ่งหวังของตน บาซิเลียสตัดสินใจละทิ้งบรรดาศักดิ์
และขอติดตามรับใช้เอไลจาห์ ไปตลอดชีวิต ส่วนอเล็กเซียสก็ได้ใช้ความสามารถในการปกครอง
รวบรวมนครต่างๆในแคว้นโครโนเซีย เป็นปึกแผ่น ก่อตั้งเป็นอาณาจักรแกรนด์ฮอร์น Grandhorn
ที่เกรียงไกรที่สุดในทวีปไททาเนีย พร้อมกับได้ครอบครองเมก้าเสฟียร์ Mega Sphere
สุดยอดลูกแก้ว ดิน น้ำ ลม ไฟ ทั้งสี่ธาตุ มาเป็นสมบัติคุ้มครองอาณาจักรที่ตนได้สถาปนา

อาณาจักรแกรนด์ฮอร์นได้ดำเนินมาถึงจุดจบ หลังจากที่กษัตริย์อเล็กเซียสสิ้นพระชนม์
ได้เกิดความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจภายในจากรัชทายาท โดยโอรสของกษัตริย์อเล็กเซียสทั้งสาม
ชาเรส Chares มาร์คัส Marcus และ ดิออน Dion จนนำไปสู่สงคราม โดยมีมือที่สาม
แม่มดเมไจร่า Megaira คนของอาณาจักรแบล็คมอนด์ เข้ามาปลุกปั่น เมก้าเสฟียร์ได้ถูกขโมยไป
เพื่อรวบรวมจนครบทั้งหกธาตุ เพื่อใช้เป็นเครื่องมืออัญเชิญ อสูรเบลเฟกอร์ Belphegor
บาปแห่งความเกียจคร้าน ที่ไร้เทียมทาน หนึ่งในเจ็ดอสูรจากมิติแพนโดร่า
โดยผ่านการสังเวยโอรสทั้งสาม ด้วยศาสตร์พิธีอัญเชิญต้องห้าม



mainTab_leftSide


เอไลจาห์ ได้เคยทำนายไว้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับอาณาจักรแกรนด์ฮอร์น
ย้อนไปก่อนเหตุการณ์สงคราม ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ บาซิเลียสได้ติดตามอาจารย์ของตน
เขาได้ฝึกฝนเวทย์มนตร์ต่างๆ และการเข้าถึงพลังธาตุที่เจ็ด โมฆะ ในที่สุด
เอไลจาห์ก็ได้ตัดสินใจที่จะสร้างเสฟียร์ชิ้นหนึ่งขึ้นมา เขาได้ยืมมือศิษย์เอกนักเวทย์ห่างๆ ของตนอีกคน
นามว่ายูโดร่า Eudora เธอคือคนที่สามารถช่วยขอพรแปรเปลี่ยนหินแฟ็กเตอร์สโตนไปสู่เสฟียร์ได้
เพราะเป็นคนของเผ่าปีศาจผู้ที่มีเชื้อสายเทพเหมือนกัน พวกเขาได้เดินทางไปยังที่ตั้งของผลึกธาตุโมฆะ
Void ซึ่งเอไลจาห์ไม่เคยเปิดเผยแก่ศิษย์คนใดมาก่อน และร่วมกันสกัดพลังจากแฟ็กเตอร์สโตน
เพื่อสร้างเสฟียร์ ธาตุลำดับที่เจ็ด ที่มีอานุภาพหักล้างธาตุทั้งหก ที่มีชื่อว่าเคออสเสฟียร์ Chaos Sphere
ไว้เพื่อการเช่นนี้โดยเฉพาะ หลังจากที่เอไลจาห์ได้เสียชีวิตจากชราภาพ
บาซิเลียสก็เป็นผู้รับการถ่ายทอดคำสั่งให้คุ้มครองเคออสเสฟียร์
จนกว่าจะถึงคราวที่ต้องกอบกู้ความสงบ โดยมียูโดร่าคอยช่วยเหลือ

ในศึกระหว่างอสูรเบลเฟกอร์ บาซิเลียสได้ใช้เคออสเสฟียร์ ทำลายเมก้าเสฟียร์ทั้งหก
ที่เป็นขุมพลังในการเปิดมิติอสูรแพนโดร่า และสังหารแม่มดเมไจร่า
อานุภาพของเคออสเสฟียร์ ได้ระเบิดเป็นวงกว้าง ทำลายล้างอาณาจักรแกรนฮอร์นจนราบคาบ
อสูรเบเฟลกอร์ที่เพลี่ยงพล้ำก็ถูกส่งกลับไปยังมิติแพนโดร่า บาซิเลียสได้ตระหนักถึงในวันที่
จะมีคนอย่างแม่มดเมไจร่า ได้นำอสูรจากมิติแพนโดร่ากลับมาอีกครั้ง แต่ด้วยอายุขัยที่จำกัด
เขาจึงได้วางแผนกับยูโดร่า ที่จะจัดเก็บเคออสเสฟียร์ไว้ ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของผู้ประสงค์ร้าย

40 ปีให้หลัง จากการปราบอสูรเบลเฟกอร์ การทำลายล้างได้ทิ้งให้เมืองต่างๆรอบแคว้นโครโนเซีย
เป็นซากปรักหักพังมากมาย ผู้คนต่างกล่าวขานถึงเคออสเสฟียร์ และวีรบุรุษผู้ปราบอสูรเบลเฟกอร์
มนุษย์ได้เริ่มจัดระเบียบ ควบคุมการถือครองเสฟียร์ และทบทวนอานุภาพของเสฟียร์ต่างๆกันครั้งใหญ่
รวมถึงการมีอยู่ของธาตุลำดับที่เจ็ด และความพยายามในการทดลองสร้างมันขึ้นมา
โลกได้ก้าวมาสู่ยุคของนักผจญภัย ที่ส่วนมากถูกตั้งเป้าหมายสำหรับการค้นหาเคออสเสฟียร์
Oceania เป็นกำลังสนับสนุนหลัก ในการจัดตั้งกิลด์นักผจญภัย


__________________________________________________